กล่อง ECU ทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์สำคัญที่สุดของระบบแก๊ส และถ้าเปรียบเทียบกับร่างกายคนเรา ก็เปรียบได้กับสมอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางความคุมและสั่งงาน โดยกล่อง ECU แก๊สจะเชื่อมต่อกับสัญญาณจากกล่อง ECU ของเครื่องยนต์ มาปรับค่าให้เหมาะสมแล้วสั่งการไปที่หัวฉีดแก๊ส เพื่อจ่ายแก๊สเข้าระบบเครื่องยนต์ โดยกล่อง ECU แก๊สที่ดีต้องมีคุณสมบัติหลังดังนี้
– สามารถสตาร์ทแก๊สได้ในขณะที่น้ำมันหมด หรือระบบน้ำมันมีปัญหา
– เมื่อแก๊สหมด ต้องเปลี่ยนเข้าสู่ระบบน้ำมันได้โดยสมบูรณ์แบบ
– สามารถตอบสนองการชดเชยส่วนผสมแมื่อแรงดันและอุณหภูมิของแก๊สเปลี่ยนแปลงได้ทันที
– มีความปลอดภัยสูงสุดในการตัดจากระบบแก๊สเป็นระบบน้ำมัน.

หัวฉีดแก๊ส (Gas Injector)
         หัวฉีดแก๊ส ที่ใช้ติดตั้งในรถยนต์ มีความสำคัญเทียบเท่ากับหัวฉีดน้ำมัน เพราะทำหน้าที่จ่ายเชื้อเพลิงแก๊สให้กับเครื่องยนต์แทนหัวฉีดน้ำมัน ในขณะที่ผู้ขับขี่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงอยู่ หัวฉีดแก๊สติดตั้งต่อจากอุปกรณ์ปรับแรงดัน และกรองแก๊ส ซึ่งจะจ่ายแก๊สตามสภาวะการทำงานของเครื่องยนต์ภายใต้การสั่งการของ ECU ระบบแก๊ส โดยการเลียนแบบประมวลผลผ่านกล่อง ECU รถยนต์ ซึ่งรับค่าจากเซ็นเซอร์ต่างๆ มาเป็นตัวสั่งการ

หม้อต้มแก๊ส  Reducer
        หน้าที่หลักของหม้อต้มก็คือ ทำหน้าที่ลดแรงดันของแก๊สลง เพื่อให้เหมาะแก่การใช้งานกับเครื่องยนต์ แก๊สที่ใช้กับรถยนต์ในปัจจุบันมี 2 แบบ ด้วยกัน คือ LPG และ NGV/CNG ซึ่งแก๊ส 2 แบบนี้จะใช้หม้อต้มลูกเดียวกัน หรือ ทดแทนกันไม่ได้ เนื่องจาก รูปแบบของแก๊ส และ ค่าแรงดันแก๊สต่างกันค่าแรงดันแก๊ส
 1. แก๊ส LPG มีค่าแรงดัน ประมาณ 7-8 bar และรูปแบบของแก๊สที่อยู่ในถังจะอยู่ในลักษณะของเหลว การที่จะนำแก๊สไปใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ หม้อต้มจะต้องทำการเปลี่ยนรูปแบบแก๊สให้กลายเป็นไอแก๊สก่อน และลดแรงดันของแก๊สลงให้เหลือประมาณ 1 – 1.2 bar ก่อนที่จะนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงได้
 2. แก๊ส NGV/CNG มีค่าแรงดัน ประมาณ 200 bar และรูปแบบของแก๊สที่อยู่ในถังจะอยู่ในลักษณะของไอแก๊สอยู่แล้วดังนั้นหม้อต้มก็จะลดแรงดันลงให้เหลือ ประมาณ 1-1.2 bar เช่นกันก่อนที่จะนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงได้

กรองแก๊ส 
        สามารถกรองสิ่งสกปรกที่มากับไอแก๊ส ดักพวกน้ำมันต่างๆได้ ภายในกรองอาจจะเป็นกรองกระดาษหรือโฟม หรือไม่ก็เป็นไฟเบอร์กลาส ซึ่งจะกรองได้ดีและมีอายุการใช้งานนานกว่ากรองกระดาษ กรองกระดาษและกรองโฟมอาจจะต้องเปลี่ยนทุกๆ 15,000-20,000 กม. ส่วนกรองที่ทำจากไฟเบอร์กลาสจะมีอายุการใช้งานนานกว่าประมาณ 30,000-40,000 กม. ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแก๊ส บางท่านถามว่ากรองแก๊ส เจ้าของรถสามารถเปลี่ยนเองได้ไหม ซึ่งดูๆ แล้ว เปลี่ยนง่ายมาก จากการเก็บข้อมูล พบว่าการเปลี่ยนกรองแก๊สใหม่ จะทำให้แรงดันของแก๊สเพิ่มขึ้นประมาณ 0.3-0.5 bars ซึ่งมีผลกับปริมาณการจ่ายแก๊ส ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับแรงดันแก๊ส ให้ได้ตามสเป็คของระบบแก๊ส และปรับจูนการจ่ายแก๊ส โดยใช้ โปรแกรมจูน จากช่างผู้ชำนาญ เพื่อปรับการจ่ายแก๊สยี่ห้อนั้นๆ

Multivalve 
     อุปกรณ์สำคัญสำหรับถังแก๊ส LPG ทำหน้าที่วัดระดับแก๊สในถัง และควบคุมการจ่ายเชื้อเพลิงแก๊ส โดยวาล์วไฟฟ้า (Solenoid Valve) ซึ่งรับคำสั่งจากกล่อง ECU นอกจากนี้ยังประกอบด้วยส่วนที่สำคัญคือ มีวาล์วนิรภัยถึง 3 ชั้น ช่วยเพิ่มความปลอดภัย ได้แก่
 1. วาล์วระบายแรงดันเกิน (Pressure Relief Valve) ทำหน้าที่ระบายแก๊สในถังแก๊ส เมื่อในถังมีแรงดันสูงเกินกว่าที่กำหนดไว้ วาล์วตัวนี้จะปล่อยแก๊สทิ้งเพื่อลดแรงดันในถังแก๊สลง
 2. วาล์วป้องกันการไหลเกิน (Excess Flow Valve) ทำหน้าที่ปิดการจ่ายแก๊สทันทีที่พบว่า มีการไหลของแก๊สมากผิดปกติ เช่น กรณีท่อแก๊สขาด ท่อแก๊สหลุด เป็นต้น
 3. ฟิวส์ตะกั่ว (Thermal Fuse) จะหลอมละลายเมื่ออุณหภูมิบริเวณวาล์วสูงกว่า 110°C เช่นในกรณีรถถูกไฟไหม้ ทำให้ถังแก๊สรถยนต์ร้อนขึ้น เมื่อฟิวส์ตัวนี้ละลาย จะเปิดช่องให้แก๊สระบายออกจากถังได้ เพื่อป้องกันถังแก๊ส ระเบิด

Scroll to top